Mindful Awareness Practices

Little Buddha

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มฝึกสมาธิและการเจริญสติ เพื่อประโยชน์ต่อความสุขความสงบของตนเองและสังคมอย่างยั่งยืน Mindful Awareness Practices สังคมแห่งกัลยาณมิตรออนไลน์

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งต่อการพัฒนาจิตใจเพื่อพบกับความสุขที่ยั่งยืนคือสภาพแวดล้อมและค่านิยมในสังคมที่มุ่งเน้นการแสวงหาความสุขจากวัตถุ (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และธรรมารมณ์) ซึ่งสร้างให้เกิดความเคยชินไม่ก่อเกิดพัฒนาการ ซ้ำร้ายความสุขจากแนวคิดวัตถุนิยมยังอาจชักนำไปสู่ภาวะจิตใจที่เศร้าหมองอีกด้วย

หลายครั้งหลายคราที่เมื่อเราตั้งใจปฏิบัติ แต่ก็ไม่รักษาจิตใจให้มีความสุขความสงบไว้ได้นาน นั่นเป็นเพราะเรายังไม่พบกับความสุขที่ละเอียดกว่า และพร้อมที่จะกลับไปสู่ความสุขอันเจือด้วยโทษอยู่

เพราะฉะนั้นการจะเจริญต่อไปในทางธรรม เราจะต้องมีที่พึ่งเบื้องต้น นั่นคือความสุขอันเกิดจากสมาธิ จากจิตใจที่ปราศจากนิวรณ์ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการดูแลรักษาจิตให้มีความผ่องใสอยู่เสมอ

การจะบรรลุถึงแม้เพียงประโยชน์เบื้องต้นของการฝึกสมาธิและการเจริญสติได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในสังคมปัจจุบัน การมีกัลยาณมิตรที่ดีนับเป็นมงคลต่อชีวิต ที่จะช่วยกันสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้สามารถก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่ม Mindful Awareness Practices ขึ้นมา ด้วยมุ่งหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการชักจูงผู้ที่มีความสนใจใฝ่ในธรรมและการพัฒนาจิตใจได้ช่วยเหลือเกื้อกูล ให้กำลังใจ สนับสนุนซึ่งกันและกัน

ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการจัดตั้งกลุ่มบำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์นิรนาม หรือ Alcoholics Anonymous (AA) เพื่อใช้พลวัตของกลุ่มในการช่วยเหลือสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการติดสุรา แม้ประเทศไทยจะมีวัดเป็นที่รวมกลุ่มทางสังคมในการปฏิบัติธรรมแล้วก็ตาม แต่ค่านิยมของสังคมไทยในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่ยังมองว่าการเข้าวัดเป็นเรื่องเชย และล้าสมัย

การจัดตั้งกลุ่มออนไลน์นี้ขึ้นมาเป็นการกระทำในเชิงสัญลักษณ์ที่มุ่งแสดงจุดยืนในการสร้างค่านิยมที่สร้างสรรค์ คือการปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ น่าภาคภูมิใจ เป็นเรื่องที่คนสมัยใหม่ที่มีความกล้าและภาวะผู้นำควรลุกขึ้นยืนเพื่อสนับสนุน

หากคน Generation Y มีคุณลักษณะสำคัญคือความเป็นตัวของตัวเอง หรือ “แนว” จริง การทำตามค่านิยมของตนเอง ที่คิดว่า “cool” แต่ก็ยังแคร์การทำตัวแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เพราะมันไม่ “cool” และไม่มีการไตร่ตรองถึงคุณค่าที่แท้จริงจะต่างอะไรกับการทำตามแฟชั่นของคนกลุ่มน้อย ที่เพียงแค่อยากจะโดดเด่น แตกต่าง อยากดัง ไม่เหมือนใคร (แต่คนในสังคมต้องชอบ) ก็เท่านั้นเอง

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มออนไลน์ใน facebook นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของกลุ่มผู้นำ ที่กล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ โดยลดข้อจำกัดของสถานที่และเวลาในการเข้าวัด อันเป็นข้ออ้างหลักของคนเมือง (เพราะแต่ละคนก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเห็นอะไรสำคัญ) อันจะพัฒนาเป็น platform สำคัญให้สมาชิกกลุ่มพัฒนาตนให้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของตนเองได้ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขที่ยั่งยืนในสังคมปัจจุบัน